สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ว่าสืบเนื่องจากการที่เจ้าหญิงลาติฟา พระธิดาพระองค์หนึ่งในชีคโมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคทูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ทรงส่งวิดีโอคลิปให้พระสหายนำไปเผยแพร่ต่อ โดยรายการข่าวเชิงสืบสวน “บีบีซี พาโนรามา” ของสถานีโทรทัศน์บีบีซี เป็นสื่อแห่งแรกที่ได้รับคลิป และเจ้าหญิงลาติฟาทรงมีพระดำรัสในตอนหนึ่ง ว่าพระองค์ทรงหวาดกลัว “อันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิต” จากการถูกกักขังอยู่ภายในพระตำหนักแห่งหนึ่งนั้น

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( โอเอชซีเอชอาร์ ) ออกแถลงการณ์ว่า กำลังประสานงานไปยังรัฐบาลกลางของยูเออี เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ด้านคณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการของสหประชาชาติ ( ดับเบิลยูจีเอดี ) ออกแถลงการณ์ว่า กำลังตรวจสอบคลิปอย่างละเอียด
 
ขณะที่นายโดมินิก ราบ รมว.การต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เขาเห็นคลิปนั้นแล้ว และมีความวิตกกังวลต่อสวัสดิภาพของเจ้าหญิงลาติฟา พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังรัฐบาลยูเออี และชีคโมฮัมเหม็ด “แสดงหลักฐาน” ว่าเจ้าหญิงลาติฟายังทรงมีชีวิตอยู่
 
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยูเออีในกรุงอาบูดาบีและสำนักราชเลขานุการในชีคโมฮัมเหม็ด ที่นครดูไบ ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ อนึ่ง เจ้าหญิงลาติฟา พระชันษา 35 ปี ทรงเป็นข่าวครั้งใหญ่เมื่อเดือน ก.พ. 2561 จากการที่พระองค์ทรงโพสต์คลิปว่า ทรงหลบหนีออกจากนครดูไบ ด้วยความช่วยเหลือจากพระสหายชาวต่างชาติ “เพื่อไปเริ่มชีวิตใหม่ที่มีอิสระอย่างแท้จริง”
 
ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น หน่วยทหารพิเศษติดตามจนพบเจ้าหญิงลาติฟาทรงอยู่บนเรือ ซึ่งลอยอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย มีการวางยาสลบแล้วนำตัวพระองค์กลับมายังนครดูไบตามเดิม โดยในเวลานั้นรัฐบาลยูเออีและทางการดูไบกล่าวเพียงว่า “จำเป็นต้องทำเพื่ออนาคตที่ดีของเจ้าหญิง”

Posted in new